ยิ่งลูกค้าติเยอะ ยิ่งมีโอกาสขายได้สูง

ยิ่งลูกค้าติเยอะ ยิ่งมีโอกาสขายได้สูง
นายหน้ามือใหม่หลายคนจะรู้สึกรำคาญใจ
เมื่อลูกค้าตินู่นตินี่เกี่ยวกับทรัพย์ที่เราขาย
จนบางทีอยากจะสวนไปว่า ถ้ามันแย่นัก ก็ไม่ต้องซื้อ

แท้จริงแล้ว การติของลูกค้าบางทีก็เป็นกลยุทธ์การต่อรองแบบหนึ่ง
ลองคิดดู ถ้าทุกอย่างดูดีหมด ลูกค้าชมว่าดีตลอด
เวลาต่อรอง เจ้าของที่ไหนจะยอมลดราคา

จริงอยู่ บางทีลูกค้าอาจจะติทรัพย์ที่เราขาย 
เพราะว่าเขาไม่ชอบจริงๆ
แต่เราต้องแยกแยะให้ออก ว่าจริงๆแล้วลูกค้าต้องการอะไร
วิธีที่ผมเช็คว่า ลูกค้าติเพื่อต่อราคาหรือไม่ ให้สังเกตว่า 
ถ้าลูกค้าติสิ่งที่ไม่เป็นสาระสำคัญของตัวทรัพย์
ให้ตั้งข้อสังเกตได้เลยว่า เขาติเพื่อต่อ

ตัวอย่างเช่น
ถ้าลูกค้าติว่า วิวระเบียงห้องไม่โล่ง เป็นวิวบล็อก
เพราะเห็นตึกฝั่งตรงข้าม เค้ารู้สึกไม่เป็นส่วนตัว
หรือวิวเป็นเมรุวัด 
แบบนี้ทำไงก็เปลี่ยนแปลง แก้ไขไม่ได้
เป็นการติที่มีสาระสำคัญ อาจเป็นการติ เพราะไม่ชอบจริงๆ

แต่ถ้าลูกค้าติอย่างอื่น ซึ่งไม่ใช่เรื่องสำคัญ 
อาจเป็นสิ่งที่มีมูลค่าน้อย หรือสามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขได้ โดยมีต้นทุนไม่สูงมาก

เช่น ไม่ชอบสีของตู้เย็น 
(สมัยนี้ตู้เย็นราคา 5,000 ก็ได้ตู้เย็นสวยๆแล้ว)
หรือ โต๊ะกินข้าวไม่สวย เก้าอี้นั่งไม่สบาย 
(เปลี่ยนใหม่ก็คงไม่กี่ตังค์)
อย่างนี้แสดงว่า เขาติในสิ่งที่ไม่ใช่สาระสำคัญ
น่าจะเป็นการหาเรื่องติเพื่อต่อราคาเฉยๆ

ถ้าเป็นแบบหลัง แนะนำให้รอสัก 2-3 วัน 
ถ้าเค้าโทรหาเรา โอกาสขายได้สูงมากครับ
ราคาจบที่เท่าไหร่ผมไม่รู้
แต่ที่รู้ คือ เค้าชอบทรัพย์ของคุณแน่นอนครับ

วันหลังจะมาแชร์วิธีต่อราคาแบบง่ายๆ แต่ได้ผลดีครับ
.
.
.
ให้งาน Agent เป็นเรื่อง ง๊าย!!!ง่าย.. 
เพราะเราคือ VINVESTOR
ห้ามพลาด! สาระดีๆ จากเรา VINVESTOR
กดติดตาม LINE@ ของเราใว้ได้เลยครับ
https://line.me/R/ti/p/%40vinvestor
และติดตามบทความทั้งหมดที่ www.vinvestor.co.th

2019-01-22T18:37:45+07:00